แผลในปากมะเร็งความรู้เรื่องแผลในปากที่เกี่ยวกับมะเร็ง

Table of contents

ในหน้านี้มีอะไร

  1. เยื่อบุช่องปากคืออะไร และทำไมมันสำคัญ
  2. ทำไมเยื่อบุช่องปากถึงได้รับผลกระทบจากการรักษา
  3. ทำไมแผล ความเจ็บ ปากแห้ง และการติดเชื้อมักมาด้วยกัน
  4. ควรสังเกตอะไร และบอกทีมรักษาเรื่องอะไร
  5. เมื่อไรที่ไม่ควรรอ
แผลในปากจากการรักษามะเร็ง

Oral mucositis คืออะไร แผลในปากจากคีโม/ฉายแสงเกิดขึ้นได้อย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

oral mucositis หรือภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ คือการที่เยื่อบุภายในช่องปากอักเสบ แดง แสบ และเป็นแผล เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากเคมีบำบัดและการฉายแสงบริเวณศีรษะและคอ เกิดเพราะการรักษามุ่งเป้าเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว ซึ่งรวมถึงเซลล์เยื่อบุช่องปากที่ปกติผลัดเปลี่ยนตัวเองอยู่ตลอด

ภาพประกอบเชิงให้ความรู้เกี่ยวกับเยื่อบุช่องปากและภาวะ oral mucositis ระหว่างการรักษามะเร็ง แบบไม่ graphic
oral mucositis เป็นภาวะที่เข้าใจได้เมื่อรู้ว่าเยื่อบุช่องปากทำงานอย่างไร

เมื่อได้ยินคำว่า oral mucositis หรือเยื่อบุช่องปากอักเสบ หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นศัพท์ที่ไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วเป็นภาวะที่เข้าใจได้ไม่ยากเมื่อรู้ว่าเยื่อบุช่องปากของเราทำงานอย่างไร และทำไมการรักษามะเร็งจึงไปกระทบมันได้ หน้านี้จะอธิบายตั้งแต่พื้นฐานของเยื่อบุช่องปาก ไปจนถึงเหตุผลที่แผล ความเจ็บ ปากแห้ง และการติดเชื้อมักมาด้วยกัน เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและสื่อสารกับทีมรักษาได้ดีขึ้น

เยื่อบุช่องปากคืออะไร และทำไมมันสำคัญ

ผิวด้านในของช่องปากทั้งหมด ตั้งแต่กระพุ้งแก้ม เพดานปาก ใต้ลิ้น ไปจนถึงริมฝีปากด้านใน ปกคลุมด้วยเยื่อบุบาง ๆ ที่เรียกว่าเยื่อบุช่องปาก เยื่อบุนี้ทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันด่านแรก คอยกั้นไม่ให้เชื้อโรค อาหาร และสิ่งระคายเข้าสู่เนื้อเยื่อด้านล่าง พร้อมกับช่วยให้ปากชุ่มชื้นและเคลื่อนไหวได้คล่องเวลาพูดและกลืน เมื่อเกราะนี้ยังแข็งแรง เราจึงกินดื่มและพูดได้โดยไม่รู้สึกเจ็บ

ทำไมเยื่อบุช่องปากถึงได้รับผลกระทบจากการรักษา

กุญแจสำคัญอยู่ที่ว่าเยื่อบุช่องปากเป็นเนื้อเยื่อที่แบ่งตัวและผลัดเปลี่ยนเร็วมาก เซลล์ผิวด้านในปากมีการสร้างใหม่อยู่ตลอดเพื่อทดแทนเซลล์เก่าที่หลุดลอกไป คุณสมบัตินี้ดีในยามปกติ เพราะทำให้แผลเล็ก ๆ ในปากหายเร็ว แต่ก็เป็นจุดที่ทำให้ได้รับผลกระทบ เพราะการรักษามะเร็งอย่างเคมีบำบัดและการฉายแสงออกแบบมาเพื่อยับยั้งเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว ซึ่งหลัก ๆ คือเซลล์มะเร็ง แต่เซลล์ปกติที่แบ่งตัวเร็วอย่างเยื่อบุช่องปากก็ได้รับผลพลอยกระทบไปด้วย

เมื่อการสร้างเซลล์ใหม่ช้าลง เกราะเยื่อบุที่เคยซ่อมแซมตัวเองได้ทันก็เริ่มบางลง จากนั้นจึงแดง แสบ และเกิดแผลเปิดได้ในที่สุด นี่คือเหตุผลที่แผลในปากจากการรักษามักเริ่มหลังได้รับการรักษาไปสักระยะ ไม่ใช่ทันทีในวันแรก

ภาพประกอบแสดงเยื่อบุช่องปากที่เป็นเกราะป้องกัน และการที่เกราะบางลงเมื่อการสร้างเซลล์ใหม่ช้าลงระหว่างการรักษา
เมื่อเกราะเยื่อบุบางลง ช่องปากจึงไวต่อการระคายและการติดเชื้อมากขึ้น

ทำไมแผล ความเจ็บ ปากแห้ง และการติดเชื้อมักมาด้วยกัน

สิ่งที่ทำให้ oral mucositis รู้สึกหนักกว่าที่คิด คือมันไม่ได้มาเดี่ยว ๆ แต่มักมาพร้อมปัญหาอื่นที่เสริมกัน การรักษาที่กระทบเยื่อบุมักกระทบต่อมน้ำลายไปพร้อมกันด้วย ทำให้น้ำลายน้อยลงและปากแห้ง เมื่อน้ำลายซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องและหล่อลื่นตามธรรมชาติมีน้อยลง เยื่อบุที่บอบบางอยู่แล้วก็ยิ่งระคายและบาดเจ็บง่ายขึ้น

ในขณะเดียวกัน เมื่อเกราะเยื่อบุมีแผลเปิดและภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยอาจลดลงจากการรักษา ช่องปากจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากเชื้อรา ไวรัส หรือแบคทีเรียมากขึ้น ปัจจัยทั้งสามอย่างนี้ คือแผล ปากแห้ง และการติดเชื้อ จึงมักวนเสริมกัน ทำให้ความไม่สบายในปากมากกว่าการมองแค่ตัวแผลอย่างเดียว

ทำไมแผลดูเล็ก แต่ผู้ป่วยบอกว่าเจ็บมาก

ญาติหลายคนสังเกตว่าแผลในปากของผู้ป่วยดูเล็กนิดเดียว แต่ผู้ป่วยกลับเจ็บจนกินไม่ได้ นี่ไม่ใช่การเกินจริง เพราะเยื่อบุช่องปากมีปลายประสาทรับความรู้สึกหนาแน่น และต้องสัมผัสกับอาหาร น้ำลาย และการขยับปากตลอดเวลา แผลที่ดูเล็กจากภายนอกจึงสร้างความเจ็บได้มาก การเข้าใจจุดนี้ช่วยให้ผู้ดูแลเห็นใจและดูแลได้ตรงกับสิ่งที่ผู้ป่วยรู้สึกจริง

ควรสังเกตอะไร และบอกทีมรักษาเรื่องอะไร

เพราะ oral mucositis มีหลายมิติ การสังเกตอย่างเป็นระบบจึงช่วยให้ทีมรักษาประเมินและวางแผนดูแลได้เหมาะสมขึ้น ลองสังเกตและจดสิ่งเหล่านี้ไว้เพื่อเล่าให้ทีมรักษาฟัง

สิ่งที่ควรสังเกตและเล่าให้ทีมรักษาฟัง

  • แผลเริ่มเมื่อไร และเปลี่ยนแปลงอย่างไรในแต่ละวัน
  • เจ็บระดับไหน กระทบการกิน การดื่ม และการพูดแค่ไหน
  • ปากแห้งมากขึ้นหรือไม่ กลืนลำบากขึ้นไหม
  • มีฝ้าขาว คราบผิดปกติ หรือกลิ่นที่เปลี่ยนไปหรือไม่
  • มีไข้ หรือเลือดออกในปากร่วมด้วยหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมที่ดูแลเห็นภาพรวมและวางแผนดูแลได้ตรงกับสถานการณ์ การดูแล oral mucositis ควรทำร่วมกับทีมรักษาเสมอ เพราะแต่ละคนมีความรุนแรงและบริบทของการรักษาที่ต่างกัน

ภาพประกอบการดูแลเยื่อบุช่องปากที่บอบบางอย่างอ่อนโยนระหว่างการรักษา
การดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนช่วยปกป้องเยื่อบุที่บอบบางในช่วงนี้

เมื่อไรที่ไม่ควรรอ

หากมีไข้ระหว่างคีโม แผลในปากที่เลือดออกไม่หยุด เจ็บจนกินหรือดื่มไม่ได้จนเสี่ยงขาดน้ำ หรือกลืนและหายใจลำบากมากขึ้น ควรติดต่อทีมแพทย์ที่ดูแลโดยไม่ต้องรอ

อ่านต่อ สัญญาณอันตรายของแผลในปากที่ต้องรีบแจ้งทีมรักษา
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ oral mucositis

oral mucositis หรือภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ คือการที่เยื่อบุภายในช่องปากอักเสบ แดง แสบ และเป็นแผล ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากเคมีบำบัดและการฉายแสงบริเวณศีรษะและคอ

เพราะเยื่อบุช่องปากมีปลายประสาทรับความรู้สึกหนาแน่นและสัมผัสกับอาหาร น้ำลาย และการเคลื่อนไหวตลอดเวลา แผลที่ดูเล็กจากภายนอกจึงทำให้เจ็บมากได้ ความเจ็บไม่ได้สะท้อนขนาดแผลเสมอไป

เพราะการรักษากระทบทั้งเยื่อบุและต่อมน้ำลายพร้อมกัน เมื่อน้ำลายน้อยลง ปากจะแห้งและขาดการปกป้องตามธรรมชาติ ทำให้เยื่อบุที่บอบบางติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ปัจจัยเหล่านี้จึงมักเสริมกัน

ควรสังเกตว่าแผลเริ่มเมื่อไร เจ็บระดับใด กินและดื่มได้แค่ไหน มีไข้หรือเลือดออกหรือไม่ และมีฝ้าขาวหรือกลิ่นผิดปกติไหม แล้วเล่าให้ทีมรักษาฟัง เพื่อช่วยให้ประเมินและวางแผนดูแลได้เหมาะสมขึ้น

หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาวะ oral mucositis ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล และไม่ใช้แทนการพบแพทย์ ผู้ที่กำลังรักษามะเร็งควรทำงานร่วมกับทีมแพทย์ที่ดูแลเสมอ

แหล่งอ้างอิงทั่วไป

  • National Cancer Institute (NCI) — Oral Complications of Chemotherapy and Head/Neck Radiation (PDQ)
  • MASCC/ISOO — แนวทางทั่วไปเกี่ยวกับการดูแลภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ (oral mucositis)
  • สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข — ข้อมูลการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

เรียบเรียงโดย: ทีมบรรณาธิการเว็บไซต์ www.แผลในปากมะเร็ง.com / ตรวจทานเชิงผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมของถ้อยคำโดย: ทีม Eureka Pharma

Sources / editorial basis

แหล่งอ้างอิงและกรอบข้อมูล

เนื้อหาหน้านี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลการแพทย์และแนวทางดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่น่าเชื่อถือ โดยปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้ป่วยและญาติ

  1. NHS — Mouth cancer symptomsสัญญาณที่ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ เช่น แผลในปากนานกว่า 3 สัปดาห์ ก้อน ฝ้าขาว/ฝ้าแดง หรือกลืน/พูดลำบาก
  2. Cancer Research UK — Symptoms of mouth and oropharyngeal cancerอาการที่ควรสังเกต เช่น แผลไม่หาย ก้อน ปวดในปาก ฝ้าขาว/แดง และน้ำหนักลด
  3. NCI — Oral Complications of Cancer Therapies (PDQ®)ภาวะแทรกซ้อนในช่องปากจากการรักษามะเร็ง เช่น mucositis, infection, salivary gland dysfunction, taste dysfunction และ pain
  4. NCI/NCBI — Oral Complications of Cancer Therapies, patient summaryข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเรื่อง oral mucositis จากเคมีบำบัดและฉายแสง รวมถึงกรอบเวลาโดยทั่วไป
  5. MASCC/ISOO — Clinical Practice Guidelines for Mucositisแนวทางวิชาชีพสำหรับ mucositis จาก cancer therapy