แผลในปากมะเร็งความรู้เรื่องแผลในปากที่เกี่ยวกับมะเร็ง

Table of contents

ในหน้านี้มีอะไร

  1. ทำไมช่องปากถึงเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้นในช่วงนี้
  2. สัญญาณที่ควรสังเกต
  3. ดูแลช่องปากอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยง
  4. เมื่อไรที่ไม่ควรรอ
แผลในปากจากการรักษามะเร็ง

การติดเชื้อในปากระหว่างรักษามะเร็ง ควรระวังและดูแลอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

ระหว่างการรักษามะเร็ง ภูมิคุ้มกันอาจลดลงและเยื่อบุช่องปากที่บอบบางหรือมีแผลเปิดทำให้เชื้อเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ง่ายขึ้น ช่องปากจึงเสี่ยงติดเชื้อรา ไวรัส หรือแบคทีเรียมากกว่าปกติ การสังเกตสัญญาณ เช่น ฝ้าขาวหนา แผลที่เจ็บผิดปกติ หรือไข้ร่วม และการดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนเพื่อปกป้องเยื่อบุ ช่วยลดความเสี่ยง ควรทำร่วมกับทีมรักษาเสมอ

ภาพประกอบเชิงให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลช่องปากเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อระหว่างการรักษามะเร็ง
เมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ การดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อ

ในช่วงการรักษามะเร็ง ช่องปากเป็นบริเวณที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะนอกจากแผลและความเจ็บแล้ว ยังมีเรื่องการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ การเข้าใจว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น สัญญาณที่ควรสังเกตคืออะไร และดูแลอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยง ช่วยให้ผู้ป่วยและญาติรับมือได้อย่างมั่นใจขึ้น โดยทำงานร่วมกับทีมรักษา

ทำไมช่องปากถึงเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้นในช่วงนี้

มีสองปัจจัยหลักที่ทำงานร่วมกัน อย่างแรกคือ ภูมิคุ้มกันที่อาจลดลงจากการรักษา ทำให้ร่างกายควบคุมเชื้อที่ปกติอยู่ในช่องปากได้น้อยลง อย่างที่สองคือ เยื่อบุช่องปากที่บอบบางหรือมีแผลเปิด ซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันด่านแรก เมื่อเกราะนี้บางลงหรือมีรอยเปิด เชื้อจึงเข้าสู่เนื้อเยื่อด้านล่างได้ง่ายขึ้น สองปัจจัยนี้รวมกันทำให้ช่วงการรักษาเป็นช่วงที่ควรดูแลช่องปากอย่างใส่ใจเป็นพิเศษ

ภาพประกอบเชิงให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อรา ไวรัส และแบคทีเรียในช่องปากที่ควรระวัง
การติดเชื้อในปากระหว่างรักษาเกิดได้จากเชื้อหลายชนิด

สัญญาณที่ควรสังเกต

การติดเชื้อในช่องปากอาจมีหน้าตาต่างกันไปตามชนิดของเชื้อ แต่มีสัญญาณทั่วไปที่ผู้ป่วยและญาติพอสังเกตได้ และควรแจ้งทีมรักษาเมื่อพบ

ฝ้าขาวหนาในปากที่เช็ดแล้วเจ็บหรือมีเลือดออก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของเชื้อรา
แผลหรือตุ่มที่เจ็บมากขึ้นผิดปกติ หรือเกิดเป็นกลุ่ม
บวม แดง หรือมีหนองในช่องปากหรือเหงือก
กลิ่นปากที่เปลี่ยนไปชัดเจน หรือรสชาติผิดปกติ
มีไข้ร่วม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ควรแจ้งทีมรักษาทันที

ดูแลช่องปากอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยง

หัวใจของการลดความเสี่ยงติดเชื้อคือการดูแลให้เยื่อบุช่องปากแข็งแรงและสะอาดที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยไม่ทำให้บาดเจ็บเพิ่ม แนวทางทั่วไปที่ช่วยได้ ได้แก่ การทำความสะอาดช่องปากอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอ การรักษาความชุ่มชื้นในปากเพื่อให้เยื่อบุไม่แห้งและระคายง่าย และการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เยื่อบุบาดเจ็บ เช่น อาหารแข็งคมหรือรสจัด การดูแลเยื่อบุที่บอบบางอย่างอ่อนโยนเปรียบเหมือนการช่วยรักษาเกราะป้องกันด่านแรกไม่ให้มีช่องให้เชื้อเข้า ทั้งนี้แนวทางและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่างกันในแต่ละคน จึงควรปรึกษาทีมรักษาหรือทันตแพทย์

ภาพประกอบการดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนเพื่อปกป้องเยื่อบุที่บอบบาง
การดูแลเยื่อบุที่บอบบางอย่างอ่อนโยนช่วยลดทางเข้าของเชื้อ

การดูแลเสริม ไม่ใช่การรักษาด้วยตัวเอง

การดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนเป็นการดูแลเสริมที่ช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ใช่การรักษาการติดเชื้อด้วยตัวเอง หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อ การวินิจฉัยและการรักษาต้องทำโดยทีมแพทย์ ซึ่งจะพิจารณาแนวทางที่เหมาะกับชนิดของเชื้อและสภาพของผู้ป่วยแต่ละคน

เมื่อไรที่ไม่ควรรอ

หากมีไข้ระหว่างการรักษาโดยเฉพาะเมื่อภูมิคุ้มกันอาจต่ำ มีหนองหรือบวมแดงในปากที่ลามเร็ว เจ็บจนกินหรือดื่มไม่ได้จนเสี่ยงขาดน้ำ หรือกลืนและหายใจลำบากมากขึ้น ควรติดต่อทีมแพทย์ที่ดูแลโดยไม่ต้องรอ

อ่านต่อ สัญญาณอันตรายของแผลในปากที่ต้องรีบแจ้งทีมรักษา
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการติดเชื้อในปาก

เพราะการรักษาอาจทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และเยื่อบุช่องปากที่บอบบางหรือมีแผลเปิดทำให้เชื้อเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ง่ายขึ้น เชื้อรา ไวรัส และแบคทีเรียที่ปกติควบคุมได้จึงอาจก่อปัญหาในช่วงนี้

สัญญาณที่ควรสังเกต เช่น ฝ้าขาวหนาที่เช็ดแล้วเจ็บหรือมีเลือดออก แผลที่เจ็บมากขึ้นผิดปกติ กลิ่นปากที่เปลี่ยนไป บวมแดง หรือมีไข้ร่วม หากพบควรแจ้งทีมรักษา

แนวทางทั่วไปคือดูแลความสะอาดช่องปากอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอ รักษาความชุ่มชื้นในปาก หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้เยื่อบุระคายหรือบาดเจ็บ และทำตามคำแนะนำของทีมรักษา การดูแลเยื่อบุที่บอบบางช่วยลดทางเข้าของเชื้อ

ควรติดต่อทีมรักษาโดยไม่ต้องรอ เพราะไข้ระหว่างการรักษาที่ภูมิคุ้มกันอาจต่ำเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการประเมินเร็ว ทีมรักษาจะแนะนำขั้นตอนที่เหมาะสมให้

หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการติดเชื้อในช่องปากระหว่างการรักษามะเร็ง ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล และไม่ใช้แทนการพบแพทย์ การวินิจฉัยและการรักษาการติดเชื้อควรทำโดยทีมแพทย์

แหล่งอ้างอิงทั่วไป

  • National Cancer Institute (NCI) — Oral Complications of Chemotherapy and Head/Neck Radiation: Infection
  • MASCC/ISOO — แนวทางทั่วไปเกี่ยวกับการดูแลช่องปากระหว่างการรักษามะเร็ง
  • สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข — ข้อมูลการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

เรียบเรียงโดย: ทีมบรรณาธิการเว็บไซต์ www.แผลในปากมะเร็ง.com / ตรวจทานเชิงผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมของถ้อยคำโดย: ทีม Eureka Pharma

Sources / editorial basis

แหล่งอ้างอิงและกรอบข้อมูล

เนื้อหาหน้านี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลการแพทย์และแนวทางดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่น่าเชื่อถือ โดยปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้ป่วยและญาติ

  1. NHS — Mouth cancer symptomsสัญญาณที่ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ เช่น แผลในปากนานกว่า 3 สัปดาห์ ก้อน ฝ้าขาว/ฝ้าแดง หรือกลืน/พูดลำบาก
  2. Cancer Research UK — Symptoms of mouth and oropharyngeal cancerอาการที่ควรสังเกต เช่น แผลไม่หาย ก้อน ปวดในปาก ฝ้าขาว/แดง และน้ำหนักลด
  3. NCI — Oral Complications of Cancer Therapies (PDQ®)ภาวะแทรกซ้อนในช่องปากจากการรักษามะเร็ง เช่น mucositis, infection, salivary gland dysfunction, taste dysfunction และ pain
  4. NCI/NCBI — Oral Complications of Cancer Therapies, patient summaryข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเรื่อง oral mucositis จากเคมีบำบัดและฉายแสง รวมถึงกรอบเวลาโดยทั่วไป
  5. MASCC/ISOO — Clinical Practice Guidelines for Mucositisแนวทางวิชาชีพสำหรับ mucositis จาก cancer therapy