แผลในปากมะเร็งความรู้เรื่องแผลในปากที่เกี่ยวกับมะเร็ง

Table of contents

ในหน้านี้มีอะไร

  1. แผลในปากจากเคมีบำบัด
  2. แผลในปากจากการฉายแสง
  3. ตารางเปรียบเทียบ
  4. เมื่อไรที่ไม่ควรรอ
แผลในปากจากการรักษามะเร็ง

แผลในปากจากคีโม vs จากฉายแสง ต่างกันอย่างไร

คำตอบสั้น ๆ

แผลในปากเกิดได้จากทั้งเคมีบำบัดและการฉายแสง โดยทั่วไปแผลจากคีโมมักเกิดทั่วช่องปากและสัมพันธ์กับรอบของยา เริ่มหลังได้ยาไม่กี่วันและมักดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัว ส่วนแผลจากฉายแสงมักอยู่เฉพาะบริเวณที่ได้รับรังสีและอาจอยู่นานกว่า ทั้งสองแบบเป็นผลข้างเคียงที่พบได้และควรดูแลร่วมกับทีมรักษา

ภาพประกอบเชิงให้ความรู้เปรียบเทียบแผลในปากจากเคมีบำบัดและจากการฉายแสง แบบไม่ graphic
ทั้งสองแบบเป็นผลข้างเคียงที่พบได้ และมีรูปแบบเฉพาะที่ต่างกัน

แม้แผลในปากจากการรักษามะเร็งจะดูคล้ายกัน แต่เมื่อมาจากการรักษาคนละแบบ ทั้งช่วงเวลาที่เกิด บริเวณที่พบ และระยะเวลา ก็มักต่างกัน การเข้าใจความต่างนี้ช่วยให้ผู้ป่วยและญาติตั้งรับได้ดีขึ้น และสื่อสารกับทีมรักษาได้ตรงประเด็น หน้านี้อธิบายความต่างหลักระหว่างแผลจากเคมีบำบัดกับแผลจากการฉายแสง

แผลในปากจากเคมีบำบัด

เคมีบำบัดออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย จึงส่งผลต่อเยื่อบุช่องปากในวงกว้าง แผลจากคีโม มักเกิดได้ทั่วช่องปาก โดยเฉพาะบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนอย่างกระพุ้งแก้ม ใต้ลิ้น และริมฝีปากด้านใน ลักษณะเด่นคือสัมพันธ์กับรอบของยา มักเริ่มหลังได้รับยาไปไม่กี่วัน และมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัวระหว่างรอบการรักษา

แผลในปากจากการฉายแสง

การฉายแสงบริเวณศีรษะและคอออกฤทธิ์เฉพาะที่ในบริเวณที่ได้รับรังสี แผลจากฉายแสงจึง มักอยู่เฉพาะบริเวณที่รังสีผ่าน และเนื่องจากเป็นการรักษาต่อเนื่องหลายครั้ง แผลมักค่อย ๆ เกิดขึ้นสะสมและอาจอยู่นานกว่า รวมถึงค่อย ๆ ดีขึ้นหลังจบการฉายแสง นอกจากนี้การฉายแสงยังมักมีผลต่อต่อมน้ำลายในบริเวณนั้น ทำให้ปากแห้งร่วมด้วย

ตารางเปรียบเทียบ

ตารางนี้สรุปความต่างหลักเพื่อให้เห็นภาพ ทั้งนี้ความรุนแรงและรูปแบบต่างกันในแต่ละคน

จุดเปรียบเทียบ จากเคมีบำบัด (คีโม) จากการฉายแสง
บริเวณที่พบ ทั่วช่องปาก โดยเฉพาะเนื้อเยื่ออ่อน เฉพาะบริเวณที่ได้รับรังสี
ช่วงเวลาที่เริ่ม หลังได้ยาไม่กี่วัน สัมพันธ์กับรอบยา ค่อย ๆ เกิดสะสมระหว่างคอร์สฉายแสง
ระยะเวลา มักดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นระหว่างรอบ อาจอยู่นานกว่า ค่อย ๆ ดีขึ้นหลังจบ
ปากแห้งร่วม พบได้บ้าง พบบ่อย เพราะกระทบต่อมน้ำลาย

ความต่างนี้เป็นภาพรวม ไม่ใช่กฎตายตัว

รูปแบบของแผลขึ้นกับชนิดและขนาดของการรักษา บริเวณที่รักษา และร่างกายของแต่ละคน บางคนได้รับทั้งคีโมและฉายแสงพร้อมกัน ทำให้รูปแบบซับซ้อนขึ้น การดูแลจริงจึงควรยึดคำแนะนำของทีมรักษาเป็นหลัก

ภาพประกอบสรุปความต่างของแผลจากคีโมและฉายแสง
แผลจากคีโมมักทั่วช่องปาก ส่วนแผลจากฉายแสงมักเฉพาะบริเวณที่รับรังสี
ภาพประกอบการดูแลช่องปากอ่อนโยนระหว่างการรักษาทั้งสองแบบ
ไม่ว่าแผลมาจากแบบใด การดูแลเยื่อบุอย่างอ่อนโยนก็ช่วยได้

เมื่อไรที่ไม่ควรรอ

ไม่ว่าแผลจะมาจากคีโมหรือฉายแสง หากมีไข้ระหว่างการรักษา แผลที่เลือดออกไม่หยุด เจ็บจนกินหรือดื่มไม่ได้จนเสี่ยงขาดน้ำ หรือกลืนและหายใจลำบากมากขึ้น ควรติดต่อทีมแพทย์ที่ดูแลโดยไม่ต้องรอ

อ่านต่อ สัญญาณอันตรายของแผลในปากที่ต้องรีบแจ้งทีมรักษา
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องแผลจากคีโมและฉายแสง

โดยทั่วไปแผลจากคีโมมักเกิดทั่วช่องปากและสัมพันธ์กับรอบของยา เริ่มหลังได้ยาไม่กี่วันและมักดีขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัว ส่วนแผลจากฉายแสงมักอยู่เฉพาะบริเวณที่ได้รับรังสีและอาจอยู่นานกว่า ทั้งสองแบบควรดูแลร่วมกับทีมรักษา

โดยทั่วไปแผลจากการฉายแสงบริเวณศีรษะและคออาจอยู่นานกว่าและค่อย ๆ ดีขึ้นหลังจบการฉายแสง เพราะรังสีมีผลต่อเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น ทั้งนี้ระยะเวลาต่างกันในแต่ละคน

ผู้ที่ได้รับการรักษาทั้งสองแบบพร้อมกันอาจมีแผลในปากที่ชัดเจนขึ้น เพราะได้รับผลจากทั้งสองทาง ทีมรักษามักเฝ้าระวังเรื่องนี้เป็นพิเศษและวางแผนดูแลให้เหมาะกับแต่ละคน

การเข้าใจว่าแผลสัมพันธ์กับการรักษาแบบใดช่วยให้ตั้งรับเรื่องช่วงเวลาและการดูแลได้ดีขึ้น แต่การจัดการจริงควรยึดคำแนะนำของทีมรักษาเป็นหลัก เพราะแต่ละคนมีแผนการรักษาต่างกัน

หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับความต่างของแผลในปากจากเคมีบำบัดและการฉายแสง ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล และไม่ใช้แทนการพบแพทย์ ผู้ที่กำลังรักษามะเร็งควรทำงานร่วมกับทีมแพทย์ที่ดูแลเสมอ

แหล่งอ้างอิงทั่วไป

  • National Cancer Institute (NCI) — Oral Complications of Chemotherapy and Head/Neck Radiation (PDQ)
  • MASCC/ISOO — แนวทางทั่วไปเกี่ยวกับการดูแลภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ (oral mucositis)
  • สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข — ข้อมูลการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

เรียบเรียงโดย: ทีมบรรณาธิการเว็บไซต์ www.แผลในปากมะเร็ง.com / ตรวจทานเชิงผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมของถ้อยคำโดย: ทีม Eureka Pharma

Sources / editorial basis

แหล่งอ้างอิงและกรอบข้อมูล

เนื้อหาหน้านี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลการแพทย์และแนวทางดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่น่าเชื่อถือ โดยปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้ป่วยและญาติ

  1. NHS — Mouth cancer symptomsสัญญาณที่ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ เช่น แผลในปากนานกว่า 3 สัปดาห์ ก้อน ฝ้าขาว/ฝ้าแดง หรือกลืน/พูดลำบาก
  2. Cancer Research UK — Symptoms of mouth and oropharyngeal cancerอาการที่ควรสังเกต เช่น แผลไม่หาย ก้อน ปวดในปาก ฝ้าขาว/แดง และน้ำหนักลด
  3. NCI — Oral Complications of Cancer Therapies (PDQ®)ภาวะแทรกซ้อนในช่องปากจากการรักษามะเร็ง เช่น mucositis, infection, salivary gland dysfunction, taste dysfunction และ pain
  4. NCI/NCBI — Oral Complications of Cancer Therapies, patient summaryข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเรื่อง oral mucositis จากเคมีบำบัดและฉายแสง รวมถึงกรอบเวลาโดยทั่วไป
  5. MASCC/ISOO — Clinical Practice Guidelines for Mucositisแนวทางวิชาชีพสำหรับ mucositis จาก cancer therapy