แผลในปากมะเร็งความรู้เรื่องแผลในปากที่เกี่ยวกับมะเร็ง

Table of contents

ในหน้านี้มีอะไร

  1. แผลในปากปกติหายในกี่วัน
  2. ทำไมแผลบางอันถึงไม่หายสักที
  3. “2–3 สัปดาห์” สำคัญอย่างไร
  4. นอกจากเวลา ควรสังเกตอะไรอีก
  5. ควรทำอะไรระหว่างนี้
  6. เมื่อไรที่ไม่ควรรอ
แผลที่ควรให้แพทย์ตรวจ

แผลในปากไม่หายเกิน 2–3 สัปดาห์ ควรกังวลไหม

คำตอบสั้น ๆ

แผลในปากทั่วไปมักหายเองภายใน 1–2 สัปดาห์ หากแผลไม่ดีขึ้นเลยและอยู่นานเกิน 2–3 สัปดาห์ ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ ไม่ใช่เพราะน่าจะเป็นมะเร็ง เพราะส่วนใหญ่ไม่ใช่ แต่เพราะแผลที่นานผิดปกติควรหาสาเหตุที่แท้จริง เช่น การเสียดสีเรื้อรัง การติดเชื้อ หรือสาเหตุอื่นที่รักษาได้

ผู้หญิงชาวไทยกำลังจดบันทึกอาการแผลในปากบนปฏิทินอย่างใส่ใจ เพื่อเตรียมไปพบแพทย์
การจดบันทึกว่าแผลเริ่มเมื่อไรและเปลี่ยนแปลงอย่างไร ช่วยให้เล่าอาการกับแพทย์ได้ชัดขึ้น

การมีแผลในปากที่ไม่ยอมหายสักทีเป็นเรื่องที่ทำให้กังวลได้ โดยเฉพาะเมื่อผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น หน้านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าแผลในปากปกติควรหายในกี่วัน อะไรทำให้แผลบางอันหายช้า ทำไมระยะ 2–3 สัปดาห์จึงเป็นจุดที่ควรเริ่มให้แพทย์ดู และคุณทำอะไรได้บ้างระหว่างนี้ โดยตั้งต้นจากข้อเท็จจริงว่าแผลในปากส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง

แผลในปากปกติหายในกี่วัน

แผลในปากที่พบได้ทั่วไป เช่น แผลร้อนใน หรือแผลจากการกัดโดนกระพุ้งแก้ม มักค่อย ๆ ดีขึ้นและหายเองภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ ในช่วงนี้แผลอาจเจ็บมากในสองสามวันแรกแล้วค่อย ๆ ทุเลาลง หากแผลของคุณกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะยังไม่หายสนิท นั่นมักเป็นสัญญาณที่ดีว่าแผลกำลังอยู่ในกระบวนการหายตามปกติ สิ่งที่ต่างออกไปคือแผลที่ไม่มีทีท่าจะดีขึ้นเลยเมื่อเวลาผ่านไป

ภาพประกอบเปรียบเทียบแผลในปากที่หายตามปกติใน 1–2 สัปดาห์ กับแผลที่ไม่ดีขึ้นเกิน 2–3 สัปดาห์
แผลที่ค่อย ๆ ดีขึ้นมักหายเองได้ ส่วนแผลที่ไม่ดีขึ้นเลยเมื่อเวลาผ่านไปคือสิ่งที่ควรให้แพทย์ดู

ทำไมแผลบางอันถึงไม่หายสักที

แผลที่หายช้ากว่าปกติส่วนใหญ่ยังมีสาเหตุที่ไม่ใช่มะเร็ง สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ การเสียดสีซ้ำ ๆ จากฟันที่คม ฟันปลอม หรือเหล็กจัดฟัน ทำให้แผลถูกรบกวนจนหายไม่ได้สักที การติดเชื้อ เช่น เชื้อราในช่องปาก ภาวะขาดวิตามินหรือธาตุเหล็กบางชนิด ความเครียดและการพักผ่อนไม่พอ หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เมื่อแผลไม่หายตามเวลาที่ควร การไปพบแพทย์จึงช่วยหาว่าต้นเหตุคืออะไร เพราะหลายสาเหตุเหล่านี้แก้ไขได้เมื่อรู้สาเหตุ

“2–3 สัปดาห์” สำคัญอย่างไร

เหตุผลที่มักใช้ระยะ 2–3 สัปดาห์เป็นจุดสังเกต เพราะแผลในปากทั่วไปมักหายภายในกรอบเวลานี้ เมื่อแผลอยู่นานเกินกว่านั้นโดยไม่ดีขึ้น ถือว่านานผิดปกติพอที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจดู คำแนะนำด้านสุขภาพหลายแห่งจึงระบุว่าแผลในปากที่ไม่หายภายในประมาณสามสัปดาห์ควรได้รับการตรวจ ย้ำอีกครั้งว่านี่ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นเกณฑ์เวลาที่ช่วยให้ไม่ปล่อยแผลที่ผิดปกติไว้นานเกินไป

นอกจากเวลา ควรสังเกตอะไรอีก

นอกจากระยะเวลา ลักษณะของแผลและอาการร่วมก็เป็นข้อมูลที่แพทย์ใช้ประกอบ เช่น แผลที่ขอบนูนแข็ง มีฝ้าขาวหรือฝ้าแดงที่ลบไม่ออก กลายเป็นก้อน มีเลือดออกง่าย หรือมีอาการชาร่วม สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นเหตุผลเพิ่มเติมที่ควรให้แพทย์ดู หากต้องการเข้าใจลักษณะแผลและรอยฝ้าให้ละเอียดขึ้น จะมีหัวข้อเฉพาะเรื่องลักษณะแผล ฝ้าขาวฝ้าแดง และก้อนในปากในหมวดนี้เมื่อพร้อมให้บริการ

ควรทำอะไรระหว่างนี้

ระหว่างที่รอดูอาการหรือรอไปพบแพทย์ มีสิ่งที่ช่วยให้แผลถูกรบกวนน้อยลง เช่น หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เผ็ด หรือร้อนมากที่ทำให้แสบ ดูแลความสะอาดช่องปากอย่างอ่อนโยน สังเกตว่ามีฟันคมหรือฟันปลอมที่เสียดสีแผลหรือไม่ และจดบันทึกว่าแผลเริ่มเมื่อไรและเปลี่ยนแปลงอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์มากเมื่อไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์ หากไม่แน่ใจว่าควรเริ่มที่ใคร ทันตแพทย์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับแผลในช่องปาก

ภาพประกอบการดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนระหว่างรอไปพบแพทย์
ระหว่างรอพบแพทย์ การดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนช่วยลดการระคายแผล

เมื่อไรที่ไม่ควรรอ

แม้แผลส่วนใหญ่จะรอสังเกตได้ แต่บางสถานการณ์ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยไม่ต้องรอครบกำหนด เช่น แผลที่เลือดออกไม่หยุด โตเร็วผิดปกติ มีก้อนแข็งร่วม กลืนหรือพูดลำบากมากขึ้น หรือในผู้ที่กำลังรักษามะเร็งหรือภูมิคุ้มกันต่ำแล้วมีไข้ร่วม

อ่านต่อ สัญญาณอันตรายของแผลในปากที่ต้องรีบแจ้งทีมรักษา
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องแผลในปากไม่หาย

โดยทั่วไปถ้าแผลไม่ดีขึ้นเลยและอยู่นานเกิน 2–3 สัปดาห์ ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ แม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่มะเร็ง แต่แผลที่นานผิดปกติควรหาสาเหตุที่แท้จริง

ไม่จำเป็น แผลที่หายช้าส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุอื่น เช่น การเสียดสีเรื้อรัง การติดเชื้อ หรือการขาดวิตามินบางชนิด การไปตรวจช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาได้ตรงจุด

ควรไปตรวจ แผลหรือรอยโรคที่อยู่นานแม้จะไม่เจ็บ ก็เป็นเหตุผลที่ควรให้แพทย์ดู เพราะการไม่เจ็บไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรต้องตรวจ

หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและร้อนจัด ดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยน สังเกตว่ามีฟันหรือฟันปลอมที่เสียดสีแผลหรือไม่ และจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของแผลไว้เพื่อเล่าให้แพทย์ฟัง

สำหรับแผลในช่องปาก ทันตแพทย์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และจะส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมหากจำเป็น หากมีอาการอื่นร่วมที่น่ากังวล การพบแพทย์ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแผลในปากที่หายช้า ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล และไม่ใช้แทนการพบแพทย์ หากมีแผลที่ไม่หายหรือมีอาการที่น่ากังวล ควรปรึกษาแพทย์หรือทันตแพทย์

แหล่งอ้างอิงทั่วไป

  • NHS — Mouth ulcers: คำแนะนำให้พบแพทย์เมื่อแผลในปากไม่หายภายในประมาณ 3 สัปดาห์
  • สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข — ข้อมูลมะเร็งช่องปากและการคัดกรอง
  • National Cancer Institute (NCI) — Oral Cavity Cancer Screening and Prevention

เรียบเรียงโดย: ทีมบรรณาธิการเว็บไซต์ www.แผลในปากมะเร็ง.com / ตรวจทานเชิงผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมของถ้อยคำโดย: ทีม Eureka Pharma

Sources / editorial basis

แหล่งอ้างอิงและกรอบข้อมูล

เนื้อหาหน้านี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลการแพทย์และแนวทางดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่น่าเชื่อถือ โดยปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้ป่วยและญาติ

  1. NHS — Mouth cancer symptomsสัญญาณที่ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ เช่น แผลในปากนานกว่า 3 สัปดาห์ ก้อน ฝ้าขาว/ฝ้าแดง หรือกลืน/พูดลำบาก
  2. Cancer Research UK — Symptoms of mouth and oropharyngeal cancerอาการที่ควรสังเกต เช่น แผลไม่หาย ก้อน ปวดในปาก ฝ้าขาว/แดง และน้ำหนักลด
  3. NCI — Oral Complications of Cancer Therapies (PDQ®)ภาวะแทรกซ้อนในช่องปากจากการรักษามะเร็ง เช่น mucositis, infection, salivary gland dysfunction, taste dysfunction และ pain
  4. NCI/NCBI — Oral Complications of Cancer Therapies, patient summaryข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเรื่อง oral mucositis จากเคมีบำบัดและฉายแสง รวมถึงกรอบเวลาโดยทั่วไป
  5. MASCC/ISOO — Clinical Practice Guidelines for Mucositisแนวทางวิชาชีพสำหรับ mucositis จาก cancer therapy