ภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบจัดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์อย่างยิ่งในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับ การรักษาด้วยเคมีบำบัดและรังสีรักษา
ภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ (oral mucositis) เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีหรือเคมีบำบัด ในขณะการฉายรังสีผู้ป่วยจะมีภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆตามปริมาณรังสีหรือยาเคมีบำบัดที่ได้รับ สามารถพบได้บ่อยในบริเวณเยื่อบุช่องปาก ริมฝีปาก เหงือก ลิ้น เพดาน พื้นของช่องปาก

" เยื่อบุช่องปากอักเสบมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งทางร่างกายและจิตใจ "

ลักษณะและผลกระทบของภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ

ภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบสามารถพบในผู้ป่วยมะเร็ง ทุกอวัยวะ แต่จะพบได้มากถึง 85% ในผู้ป่วยมะเร็งที่ศีรษะและลำคอ

ข้อมูลด้านระบาดวิทยา

ภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ จัดเป็นภาวะแทรกซ้อนหนึ่งที่คุกคามคุณภาพชีวิต
ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง"

โดยเกิดการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุ ในช่องปากเมื่อได้รับยาเคมีบำบัด และหรือร่วมกับการฉายแสง เยื่อบุช่องปากอักเสบ มักเกิดอาการมากสุด
ในช่วง 7 วันหลังจากได้รับยาเคมีบำบัด
อุบัติการณ์: การเกิดเยื่อบุช่องปากอักเสบที่เกิดจาก ยาเคมีบำบัดทั่วๆไปประมาณ 20 - 40%
อุบัติการณ์: ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด
ที่ได้รับการรักษาด้วย hematopoietic
cell transplantation (HCT) โดยเฉพาะ myeloablative allogeneic HCT จะมีอุบัติการณ์สูงถึง 80%
อุบัติการณ์: พบได้ถึงร้อยละ 85 และมีอุบัติการณ์เพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยละ 98 ในผู้ป่วย
ที่ได้รับการฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด

กลไกการเกิดภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ ในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา

เมื่อมีการฉายรังสี อนุภาคของรังสี จะส่งผลให้เซลล์
ของเยื่อบุ บางลงทำลายเซลล์ต้นกำเนิดของเยื่อ
บุผิว ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ มีผลทำให้
ไม่เกิดการแบ่งเซลล์และสร้างเซลล์ใหม่
เยื่อบุช่องปากจึงบางลงเรื่อยๆ และทำให้เกิดแผลใน
ช่องปากตามมา นอกจากนี้อนุภาคของรังสียังมีผล
เปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของต่อม
น้ำลาย ทำให้ผู้ป่วยมีปริมาณน้ำลายลดล
งจนเกิดภาวะน้ำลายแห้งอีกด้วย

องค์กรอนามัยโลก (WHO) ได้แบ่ง
ความรุนแรง ของเยื่อบุช่องปากอักเสบเป็น 4 ระดับ ดังนี้

ในกรณีมะเร็งที่ศีรษะและคอผู้ป่วยมักได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
ร่วมด้วย และยาเคมีบำบัดนั้นจะส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อม

กราฟแสดงร้อยละผู้ป่วยมะเร็งด้วยการรักษาแบบต่างๆ กับระดับความรุนแรง
ของเยื่อบุช่องปากอักเสบที่เกิดขึ้น

จากกราฟจะเห็นได้ว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแบบเคมีบำบัดมีโอกาสเกิดเยื่อบุช่องปากอักเสบได้มากกว่าการรักษาแบบรังสีรักษา เช่น 76-69.2% ของผู้ป่วยจะมีภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบในระดับ 1 และ 2 ตามลำดับ แต่วิธีการรักษาแบบที่ใช้ทั้งเคมีบำบัดและรังสีรักษามีโอกาสเกิดแผลในระดับ รุนแรง (โดยเฉพาะในระดับ3และ4) มากกว่าการรักษาโดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง จากกราฟจะเห็นได้ว่าผู้ป่วย 54.3-66.7% ที่ได้รับทั้งเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา จะเกิดภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบในระยะที่ 3 และ 4 ตามลำดับ

Clinical Observations

จะเห็นได้ว่าการรับเคมีบำบัดจะทำให้เกิดเยื่อบุช่องปากอักเสบ ได้เร็วกว่ารังสีรักษา
โดยมีแผลเกิดภายใน 14 วันหลังการได้รับยา ถึงแม้ว่าการรักษาด้วยการฉายรังสี
จะเกิดแผลช้ากว่าแต่เวลาในการหาย จากแผลจะยาวนานกว่า

ขั้นตอนการเกิดภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ
สามารถแบ่งได้เป็น 4 ขั้นตอนดังนี้

ความรุนแรงของภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ
ขึ้นอยู่กับสาเหตุและปัจจัยส่งเสริม

การลดความเจ็บปวดของแผลในปาก
เป็นเป้าหมายแรกที่จะทำให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

เป้าหมายของการรักษา
เยื่อบุช่องปากอักเสบ

เป้าหมายที่ 1

ลดความเจ็บปวดของแผล เนื่องจากเยื่อบุช่องปากอักเสบนั้นมักจะเป็นแผล กว้างและลึกทำให้ผู้ป่วยปวดมากและทรมาน ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถ ในการกลืนอาหาร น้ำ หรือแม้กระทั่งน้ำลาย ไม่อยากพูด และไม่อยากแปรงฟัน ดังนั้น การลดความเจ็บปวดของแผลจึงเป็นเป้าหมายแรกที่จะทำให้ผู้ป่วย สามารถที่จะกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้

เป้าหมายที่ 2

ารรักษาความสะอาดและเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก เช่นการแนะนำการแปรงฟัน หรือการดื่มน้ำ 2 ลิตร/วัน

เป้าหมายที่ 3

การป้องกันและการจัดการการติดเชื้อในช่องปาก โดยพยาบาลจะสอนวิธีการประเมินช่องปากด้วยตัวเองทุกวัน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถแจ้งได้ทันที เมื่อเกิดแผลจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

เป้าหมายที่ 4

การส่งเสริมการฟื้นตัวของเนื้อเยื่อบุในช่องปาก เช่น การให้ผู้ป่วยทานอาหารครบหมู่โดยเน้นอาหารที่มีโปรตีนและพลังงานสูง นอกจากนี้พยาบาลยังมีการประเมินภาวะทุพโภชนาการอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งด้วย

การรักษาที่เป็นมาตรฐาน

1. การดูแลสุขลักษณะของช่องปากขั้นพื้นฐาน

  • แนะนำอมกลั้วปากด้วยน้ำเกลือ ประมาณ 4 – 6 ลิตรต่อวัน
  • ควรหลีกเลี่ยงการอมกลั้วน้ำยาที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
  • แนะนำใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่มและแปรงอย่างถูกวิธี คือ แปรงทำมุม 45 องศากับเหงือกและฟันโดยเริ่มที่โคนฟันก่อน

2. ประเมินอาการปวด และพิจารณาควบคุมอาการปวด

  • หากอาการปวดไม่รุนแรง และความรุนแรงของเยื่อบุช่องปากอักเสบระดับ 2 (grade 2 mucositis) แนะนำควบคุมอาการปวด ด้วยยาชาภายนอกเฉพาะที่ (topical analgesia mouth) เช่น benzocain, butylaminobenzoate, tetracaine hydrochloride, mentol และอาจใช้ร่วมกับยากลุ่ม steroid สำหรับป้าย (topical corticosteroid) เช่น triamcinolone oral paste
  • หากมีอาการปวดรุนแรง และความรุนแรงของเยื่อบุช่องปากอักเสบระดับ 3 – 4 (grade 3, 4 mucositis) พิจารณาควบคุมอาการปวดด้วยยารับประทานกลุ่มมอร์ฟีน

3. ประเมินภาวะแทรกซ้อนจากภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะหากมีภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว

4. ประเมินอาการอื่นๆที่อาจเกี่ยวข้องด้วย เช่น อาการท้องเสีย และภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ

PVP GEL พีวีพีเจล
ผลิตภัณฑ์ใช้กลั้วปาก

นวัตกรรมใหม่การลดความปวดแสบ แผลในปาก สามารถลดปวดได้ภายใน 5 นาที ปลอดภัย
ผลิตภัณฑ์ที่นําเข้าจากไต้หวัน
Finished product import from TAIWAN

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า
Scroll to Top